
Nostalgia Marketing "วันวานที่หวานอยู่”
- Brandlevelplus Admin
- Jan 13, 2025
- 1 min read
เคยไหมที่เห็นโลโก้หรือดีไซน์บางอย่างแล้วทำให้คิดถึงวันเก่าๆ? ความรู้สึกนี้เรียกว่า "Nostalgia" หรือความคิดถึงอดีต ในโลกของการสร้างแบรนด์ การนำอารมณ์ Nostalgia มาใช้ถือเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง
Nostalgia หรือการออกแบบที่มีกลิ่นอายความทรงจำเก่าๆ เป็นวิธีที่แบรนด์ใช้เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคนึกถึง "วันวานที่ดี" การใช้ดีไซน์แบบคลาสสิกมักสร้างความรู้สึกดีและความสงบสุขให้กับผู้บริโภค หลายแบรนด์ยังคงดึงบรรยากาศที่ดีของยุค 1970 มาใช้ ด้วยโทนสีธรรมชาติ เช่น น้ำตาล แดง และส้ม ฟอนต์ตัวพิมพ์แบบมีขีด (Serif) และเส้นโค้งเว้าก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
Nostalgia ส่งผลต่อแบรนด์ยังไง
การใช้ดีไซน์ที่มีกลิ่นอายของความทรงจำเก่า (nostalgic) ในการสร้างแบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้บริโภคได้ดี เพราะมันทำให้ผู้คนรู้สึกถึงช่วงเวลาที่น่าจดจำและมีความสุขในอดีต (Emotional branding) ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกดีต่อแบรนด์และเชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนตัว การใช้สไตล์ยุค 70, 90 หรือ Y2K เป็นตัวอย่างที่สร้างการตอบรับเชิงบวก โดยเฉพาะกับกลุ่มที่มีประสบการณ์ในยุคนั้นๆ ทำให้แบรนด์ดูมีความใกล้ชิดและเป็นที่น่าจดจำ


ตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้ Nostalgia ได้อย่างประสบความสำเร็จ
Nintendo: การนำเกมเก่ากลับมาสร้างใหม่ เช่น Super Mario และเครื่องเล่นเกม NES Classic Edition ทำให้แฟนๆ ที่เติบโตมากับเกมเหล่านี้รู้สึกตื่นเต้นและเชื่อมโยงกับแบรนด์อีกครั้ง
Levi’s: การนำเสื้อผ้าสไตล์วินเทจ เช่น กางเกงยีนส์ 501 กลับมาวางขายพร้อมปรับดีไซน์ให้เข้ากับยุคสมัย
Polaroid: ฟื้นคืนชีวิตกล้องถ่ายภาพฟิล์มในยุคดิจิทัลด้วยการปรับเทคโนโลยีใหม่แต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของการถ่ายภาพแบบฟิล์ม
แต่ทำไม Nostalgia ถึงได้ผล?
จะเห็นได้ว่า ต่อให้โลกหมุนไปเร็วเท่าไหร่แต่ผู้คนยังคงโหยหาความทรงจำในอดีต การใช้ Nostalgia ในแบรนด์จึงเหมือนการเปิดประตูไปยังมุมหนึ่งของความทรงจำที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างอารมณ์ "คุ้นเคย" แม้ว่าผู้บริโภคจะเพิ่งพบแบรนด์นี้เป็นครั้งแรก
Source:
businessinsider
The New York Times


Comments